โลกที่เต็มไปด้วยปีศาจ Carl Sagan

ISBN:

Published:

Paperback

600 pages


Description

โลกที่เต็มไปด้วยปีศาจ  by  Carl Sagan

โลกที่เต็มไปด้วยปีศาจ by Carl Sagan
| Paperback | PDF, EPUB, FB2, DjVu, AUDIO, mp3, ZIP | 600 pages | ISBN: | 4.16 Mb

คำนิยม The Demon Haunted Worldแด คุณคารลผมใชเวลานานมากกวาจะบิวตัวเองใหเริมเขียนคำนิยมนีไดสำหรับนักสือสารวิทยาศาสตรคนหนึง การไดรับเกียรติเขียนคำนิยมใหคุณคารล เซเกน ชางเปรียบดัง พุทธศาสนิกชนสักคนตองเขียนคำนิยมใหพระสารีบุตร หรือวงดนตรีสักวงตองขึนเลMoreคำนิยม The Demon Haunted Worldแด่ คุณคาร์ลผมใช้เวลานานมากกว่าจะบิ๊วตัวเองให้เริ่มเขียนคำนิยมนี้ได้สำหรับนักสื่อสารวิทยาศาสตร์คนหนึ่ง การได้รับเกียรติเขียนคำนิยมให้คุณคาร์ล เซเกน ช่างเปรียบดั่ง พุทธศาสนิกชนสักคนต้องเขียนคำนิยมให้พระสารีบุตร หรือวงดนตรีสักวงต้องขึ้นเล่นเปิดให้กับเดอะบีทเทิลส์ มันกดดันมากกดดันไป กดดันมา ไม่ไหวแล้ว อ๊ากกกก...เอาเป็นว่า ผมเล่าง่ายๆ ละกันครับสมัยเริ่มเรียนป.ตรีที่คอร์เนลใหม่ๆ ผมเปลี่ยวๆ เหงาๆ ยังไม่ค่อยมีเพื่อนเวลาว่างระหว่างคาบ ผมเลยได้แต่หลบหนาวลงไปคลุกอยู่ใต้ถุนห้องสมุด ยืมหนังสือมาอ่านบ้าง ยืมแผ่นหรือเทปสารคดีมานั่งดูในห้องโสตฯ บ้าง พยายามจะคอนเน็คกับบางสิ่งบางอย่างหนึ่งในสื่อที่ผมเสพอย่างดื่มด่ำช่วงนั้นก็คือสารคดี Cosmos ของคุณคาร์ล เซเกน การได้ท่องเอกภพไปกับนาวาจินตนาการของแก น้ำเสียงที่กล่อมเกลาและถ้อยคำอันคมคาย มันช่างปลุกเร้าผมอย่างมากมายจริงๆ ผมเกือบได้เรียนกับคุณคาร์ลแล้ว แต่แกดันมาเสียชีวิตไปก่อนผมเข้าสองปีโชคร้ายที่อาจารย์ผีไม่มีจริงแบบในแฮรี่ พ็อตเตอร์แต่โชคดีที่ผมยังได้รู้จักแกผ่านคลื่นเสียงและแสงที่ถูกบันทึกข้ามกาลเวลามองย้อนกลับไป ผมเชื่อว่านั่นเป็นหนึ่งในจุดที่เปลี่ยนชีวิตผมสมัยเด็กๆ ผมเคยเชื่อเรื่อง เอเลี่ยน* สามเหลี่ยมเบอมิวด้า พลังจิต สัตว์ประหลาด ผีสางวิญญาณ ฯลฯ เรื่องพวกนี้มันสนุกมาก อ่านแล้วได้อารมณ์ลี้ลับ จะว่าไป ผมก็อ่านมันพร้อมๆ กับเรื่องที่เป็นวิทยาศาสตร์จริงๆ อย่าง อวกาศ ชีวิตสัตว์ทะเล โลกล้านปี โลกที่ตาเปล่ามองไม่เห็น ฯลฯ อะไรพวกนั้นแหละ คือสนใจใคร่รู้ไปหมดกับอะไรก็ตามที่ให้อารมณ์ “ว้าว ยังมีสิ่งน่าตื่นเต้นที่อยู่นอกเหนือจากชีวิตประจำวันของเราออกไปอีกนะเนี่ย” แต่ว่าไม่ได้ไม่มีการแยกแยะ เรื่องไหนจริงเท็จมากน้อยแตกต่างกันอย่างไรการเข้าเรียนวิทยาศาสตร์ระดับมหาวิทยาลัย การได้รู้จักงานของคาร์ล เซเกน ผนวกกับงานของครูบาอาจารย์ท่านอื่นๆ อย่างริชาร์ด ดอว์กินส์ และริชาร์ด ไฟน์แมน ได้เติมกระบวนการแยกแยะนี้ให้กับชีวิตผม และได้ทำลายความเชื่อวัยเยาว์ไปจนหมดสิ้นถามว่า ชีวิตสลดหดหู่ลดสีสันลงหรือไม่?ไม่เลยจริงๆ แล้ว มันเป็นความ wonder (อัศจรรย์ใจ) แบบเดียวกัน แต่แค่ย้ายจากชุดข้อมูลที่ผิด มาสู่เรื่องที่จริงกว่า ลึกซึ้งกว่า การได้รับรู้ว่าจักรวาลนั้นกว้างใหญ่ยาวนานเพียงไหน สรรพชีวิตถือกำเนิดและเป็นมาอย่างไร มันให้อารมณ์เหมือนปลวกตัวหนึ่งได้เบิกเนตรว่าที่แท้ตนเองทำรังอยู่บนบ้านคน (แถมรู้ด้วยว่าเขาจะมาฉีดปลวกอีกเมื่อไหร่) ส่วนเรื่องผี เวทย์มนต์ เอเลี่ยน สัตว์ประหลาด ฯลฯ ผมก็ยังชอบมากอยู่ เผลอๆ จะเป็นส่วนสำคัญของชีวิตพอกันเลย แต่ผมแค่จัดหมวดหมู่ใหม่ให้มันไปอยู่ในแฟนตาซี หรือ Science Fiction เท่านั้นเองหลังกลับมาเมืองไทย ผมพบว่าคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยโรแมนติกกับวิทยาศาสตร์ และไม่ค่อยแยกแยะระหว่างสิ่งน่าเชื่อกับสิ่งไม่น่าเชื่อ คนชอบแก้กรรมมากกว่าศึกษาพันธุกรรม ชอบโหราศาสตร์มากกว่าดาราศาสตร์ ผมฟังเพื่อนที่ทำแล็บด้วยกันเล่า ที่บ้านญาติเขาเป็นคนทรง เสกตะปูเข้าเท้าคนได้ บอกเห็นมากับตา ผมเชื่อเขาไม่ได้โกหก แต่เขาไม่คิดถึงความเป็นไปได้ที่นั่นจะเป็นทริก ผมเห็นบางคนฮิตกินน้ำด่าง เพื่อนบอกว่าดี ต้านมะเร็ง จากนั้นเพื่อนคนเดียวกันมาบอก เฮ้ย กินน้ำมะนาวโซดาก็ดีนะ ต้านมะเร็งเหมือนกัน (ตาเถร ตกลงมึงจะเอาด่างหรือเอากรด)ผมเห็นคนมีความเชื่อที่สับสนเต็มไปหมด แต่พวกเขาก็ไม่ได้สงสัยพอที่จะสะสางความสับสนตรงนั้น“รู้ได้ไงว่ามันไม่จริง?” คือคำถามที่มักจะโดนโต้กลับมาเวลาไปทักท้วง จริงๆ แล้วนั่นเป็นคำถามที่ดีมากนะครับ และหนังสือเล่มนี้แหละจะเป็นเครื่องชี้แจงแถลงไขทุกสิ่งอย่าง ซึ่งบ่อยครั้ง คำตอบอาจอยู่ที่การย้อนถามตัวคุณ “รู้ได้ไงว่ามันจริง?”หลักวิทยาศาสตร์ จริงๆ ก็ไม่ใช่อะไร นอกจากเป็นศิลปะป้องกันตัวจากความเข้าใจผิด มันคือศาสตร์แห่งการไม่ด่วนสรุป คือวัคซีนป้องกันการหลงเชื่อ ความรู้หลายร้อยปีที่สั่งสมมาว่ามนุษย์เราสามารถหลอกตัวเองได้ยังไงบ้างแก่นคิดของมัน จริงๆ ไม่ต่างจากเวลาเราต้องการตรวจสอบว่านักการเมืองโปร่งใสรึเปล่า หรือเวลาจับผู้ต้องสงสัยได้ ต้องสืบหลักฐานก่อน ทำจริงมั้ย ไม่ใช่มาถึงก็ตัดสินเลย กระทั่งจะซื้อรถ ซื้อมือถือ เรายังต้องสำรวจดูหลายๆ ยี่ห้อ จะซื้อกระเป๋าเรายังต้องพลิกดูว่าของจริงของปลอม สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นหลักการวิทยาศาสตร์ทั้งสิ้น แต่เหตุใดเราจึงปิดสวิทช์มันเมื่อถึงบทตรวจสอบความเชื่อ?ด้วยอุปสรรคที่พบเจอเหล่านี้ ผมจึงตระหนักได้ว่า ด้านหนึ่งของวิทยาศาสตร์คือการต่อสู้ ต่อสู้กับด้านที่แสงส่องไม่ถึงของสังคมและจิตวิทยามนุษย์ ซึ่งบางครั้งอาจไร้พิษภัย แต่บางทีก็ไม่น่าให้อภัย เช่น เปิดวิทยุต่างจังหวัด เจอโฆษณาน้ำสาหร่ายบอกแก้ได้ตั้งแต่ตาบอดไปจนถึงอัมพาต คุณป้าคุณยายแก่ๆ คือลูกค้าที่ตกเป็นเหยื่อในกรณีศึกเยี่ยงนี้ คนที่ผมหวนคิดถึงก็คือคุณคาร์ล เซเกน เพราะแกถือว่าเป็นหนึ่งขุนพลในตำนาน เป็นผู้นำทัพวิทยาศาสตร์เข้าฟาดฟันกับความเชื่อเหลวไหลทั้งหลายแหล่ ด้วยลีลาทางปัญญาที่เฉียบคม แต่ก็อ่อนโยน แกสอนโดยไม่ดูถูกคนที่ไม่รู้มาก่อน แต่เมื่อถึงเวลาปราบมาร แกก็ไม่ยั้งมือ ผู้ใดที่อยากร่วมสู้ศึกอันมีความจริงและความเจริญของมนุษยชาติเป็นเดิมพัน ท่านสามารถอ่านเล่มนี้ดั่งอ่านตำราพิชัยสงครามของซุนวู หรือถ้าท่านอยากฝึกปรือวิทยายุทธ์ด้านตรรกะ เล่มนี้ก็เป็นดั่งคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นที่จะสอนท่านได้ทุกกระบวนท่าอย่างไรก็ตาม อารมณ์ของหนังสือก็ใช่จะมีแต่ลั่นกลองรบเสียทีเดียว จริงๆ แล้วถ้อยคำส่วนใหญ่ของคุณคาร์ล เป็นดั่งจดหมายรักถึงวิทยาศาสตร์ เมื่อพ้นด่านที่ต้องต่อสู้กับเรื่องงมงายต่างๆ ไปแล้ว โลกของวิทยาศาสตร์ช่างกว้างไกล สวยงาม เปี่ยมด้วยความเป็นไปได้ อวกาศและกาลเวลาแม้จะเวิ้งว้างโดดเดี่ยวสำหรับมนุษย์ตัวเล็ก แต่เมื่อบรรยายโดยคุณคาร์ลกลับกลายเป็นสถานที่อบอุ่น น่านอนขดซุกตัว กอดดาวหางเป็นหมอนข้าง เมื่อมองย้อนหลังไปดูก็ทั้งทึ่งและภูมิใจที่มนุษย์มาได้ไกลขนาดนี้ กว่าจะค้นพบความจริงได้สักเรื่อง มันไม่ง่ายเลย และเมื่อมองไปข้างหน้า เลยระบบสุริยะออกไป ยังมีเรื่องลี้ลับของจริงในจักรวาลอีกมากมายที่รอคอยการสำรวจ ผมนึกภาพแววตาที่ลุกโชนของคุณคาร์ลประเทศนี้ขาดคุณคาร์ล เซเกนโชคยังดีที่จิตวิญญาณแกสามารถสืบทอดมาสู่ภาษาไทยได้ เทียนที่แกจุดไว้เมื่อ 20 ปีก่อน ในที่สุดก็ลามมาถึงที่นี่ ผมขอขอบคุณผู้แปลและผู้จัดพิมพ์หนังสือเล่มนี้และขอให้ไฟลุกลามในใจของคนอ่านต่อไปสาธุแทนไท ประเสริฐกุล27 กุมภาพันธ์ 2558



Enter the sum





Related Archive Books



Related Books


Comments

Comments for "โลกที่เต็มไปด้วยปีศาจ":


dobreprogrramy.pl

©2011-2015 | DMCA | Contact us